การผึ่งและการอบไม้
การผึ่งและการอบไม้
ความหมายของคำว่าการผึ่งหรืออบไม้ (Seasoning) หมายถึงขบวนการที่จำเป็นในการควบคุม อัตราการแห้งของไม้ให้มีความชื้นสมดุลกับสภาพของบรรยากาศที่ๆจะนำไม้นั้นไปใช้
หลักของการผึ่งหรืออบไม้ทั่วไป ได้แก่
- จะต้องใช้เวลาน้อยเท่าที่จะทำได้
- จะต้องทำให้ไม้แห้งสม่ำเสมอกัน
- ไม้ที่ผ่านการผึ่งหรืออบ จะต้องไม่มีแรงความเค้น (Stress) อยู่
- จะต้องไม่เกิดตำหนิขึ้น อันเนื่องจากการผึ่งหรืออบ
- จะต้องไม่ทำให้ความแข็งของไม้ลดลง
ประโยชน์ของการผึ่งหรืออบ มีดังนี้ คือ
- ทำให้ไม่อยู่ตัว มีการยืดและหดตัวน้อย เมื่อนำไม้นั้นไปใช้จะไม่ทำให้เกิดเป็นช่องว่างระหว่างรอยต่อ อันเนื่องมาจากการหดตัวของไม้ หรือโค้ง โก่ง เนื่องจากการขยายตัว
- ทำให้ลดการถูกทำลายของแมลง เห็ดรา เนื่องจากในไม้สด มีพวกน้ำเลี้ยงและอาหาร พวกแป้งน้ำตาลอยู่มาก ทำให้เหมาะต่อการทำลายของแมลงและเห็ดรา
- ทำให้ไม้มีน้ำหนักเบาเป็นการลดค่าขนส่งและสะดวกต่อการนำไปใช้
- ทำให้ไม้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น
- ทำให้ไม้มาการดูดซึมน้ำยารักษาเนื้อไม้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำยาที่เป็นน้ำมันหรือใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลาย
- ทาสีและทาน้ำมันชักเงาได้ดี
- ทำให้ไม้เป็นฉนวนความร้อน และฉนวนไฟฟ้าได้ดีขึ้น
การกองไม้แบบแนวราบ มีหลักเกณฑ์ที่ต้องคำนึงถึง ดังต่อไปนี้
- ฐานในการกองไม้นั้นจะต้องยกฐานให้สูงจากพื้นดินประมาณ 12-18 นิ้ว เพื่อจะให้อากาศและความชื้นที่ระเหยออกมาจากไม้ เกิดการหมุนเวียนได้สะดวก ฐานต้องสร้างวัตถุที่แข็งแรง ทนทาน อาจก่อด้วยอิฐ คอนกรีต หรือใช้ไม้ที่อาบน้ำยาด้วย ครีโอโสต ฐานแต่ละหลักมีขนาดหน้าตัดประมาณ 12 x 12 นิ้ว เมื่อวางคานพาดไปบนฐานแล้ว จะต้องอยู่ในแนวระดับหรือเอียงลาดไปทางด้านหลังของกองเล็กน้อย คือประมาณ ¾”-1” ต่อความยาวของกองไม้ 1 ฟุต
- การเลือกไม้ ก่อนที่จะเริ่มกองไม้จะต้องทำการเลือกไม้ที่จะกองตามความยาว ความหนา ควรให้ไม้ที่มีความหนา\เท่ากันอยู่ชั้นเดียวกัน ไม้ที่มีขนาดยาวควรกองไว้ที่ฐาน ไม้ที่สั้นกองด้านบนของกอง ถ้ามีความจำเป็นต้องกองไม้ที่ยาวไว้ส่วนบนปลายที่ยื่นพ้นออกมาจะต้องหาสิ่งรองค้ำ
- ขนาดของกองโดยทั่วๆไปกว้างไม่เกินกว่า 6 ฟุต ส่วนความยาวขึ้นอยู่กับความยาวของไม้ที่จะกอง ความสูงประมาณ 10-15 ฟุต หรือ 3 เท่าของความกว้างของกอง
- ไม้ขวางหรือไม้คั่น (Crosser/Sticker) ต้องเป็นไม้ที่ 1” ขนาดของไม้ที่คั่นที่ใช้ประมาณ 1x1 นิ้ว ถ้าต้องการให้ไม้แห้งเร็ว และถ้าต้องการให้ไม้แห้งเร็ว ใช้ขนาด 11/2-13/4 นิ้ว การเรียงไม้คั่น จะต้องให้เรียงเป็นเส้นตรงในแนวตั้งอันที่อยู่หัวท้ายของกองให้ชิดกับปลายไม้แตก ส่วนจำนวนไม้คั่นที่จะใช้แต่ละชั้นขึ้นอยู่กับความหนาของไม้ที่จะกอง
- ระยะห่างระหว่างแผ่นไม้เพื่อให้เป็นทางผ่านของอากาศจากด้านบนสู่เบื้องล่าง ควรมีระยะห่างประมาณ 1 นิ้ว หรืออาจเป็น 2 นิ้ว ถ้าต้องการให้ไม้แห้งเร็ว
- หลังคา ต้องทำหลังคาปิดทับด้านบนเพื่อป้องกันกองไม้ให้พ้นแดด ฝน และเพื่อไม่ให้ด้านบนของกองแห้งเร็วเกินไปก่อนจะปิดทับหลังคา ควรใช้ไม้ที่มีน้ำหนักทับบนกองอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ไม้โค้งงอ
- ไม้ตัวอย่าง เพื่อจะให้รู้ถึงอัตราการแห้งของไม้ในกองโดยการวางไม้ตัวอย่างไว้ในตำแหน่งต่างๆของกองที่ๆจะนำมาตรวจสองได้สะดวก ขนาดของไม้ตัวอย่างยาวไม่เกิน 2 ฟุตทาหัวท้าย เพื่อกันไม้ให้ความชื้นระเหยเร็วเกินไป
- ระยะห่างระหว่างกอง ต้องมีช่องห่างอย่างน้อง 2 ฟุตเพื่อสะดวกในการกองและการนำไม้ตัวอย่างออกมาชั่ง ถ้าเป็นพวกไม้แบบกว้าง ควรกองไม้ค่อนข้างชิดกัน และกองไม้สูง
- การทำความสะอาดที่ฐานของกองจะต้องทำความสะอาดและระบายน้ำออกอยู่เสมอ กำจัดวัชพืช เศษไม้ที่ผุตลอดจนการป้องกันแมลง เห็นราที่จะมาทำลายไม้
การกองไม้ในแนวตั้ง
ในกรณีที่เป็นไม้ที่ผึ่งให้แห้งได้ง่าย ที่มักจะเกิดเชื้อราทำให้เสียสีนั้น จะต้องทำให้แห้งเร็วเท่าที่เหมาะคือ ให้ไม้ถูกกับ แสงแดดโดยตรง โดยการวางพาดบนราวไม้หรือตั้งพิงกับกำแพงก่อนที่จะนำไปกองแบบแนวราบ และมีข้อพึงระวังดังนี้ คือ
- ปลายไม้ข้างที่ติดกับดิน ไม่ควรให้สัมผัสกับผิวดินโดยตรง ควรใช้ไม้ที่อาบน้ำยารองหรือวางบนพื้นซีเมนต์
- ไม่ควรให้ปลายไม้ยื่นพ้นราวที่พาดยาวจนเกินไป เพราะจะทำให้มีการโค้ง งอ ได้
- ควรทำการพลิกไม้และเปลี่ยนหัวท้ายสลับกันในช่วงระยะเวลาอันสมควร
โรงผึ่งไม้ (Seasoning Sheds) มีอยู่ 3 แบบ ด้วยกัน คือ
แบบที่ 1 เป็นโรงผึ่งที่มีฝาปิดทั้ง 4 ด้าน มีหลังคามีช่องระบายอากาศแห้งหรือชื้นอยู่ใต้หลังคาและฐานเหนือระดับพื้นดิน ช่องเหล่านี้สามารถเปิดปิดได้ ตรงกลางของโรงผึ่งมีทางเดินไว้สำหรับการกองและการเอาไม้ออกหรือจะออกแบบให้ฝาสามารถเลื่อนได้โดยไม่ต้องมีทางเดินไว้ตรงกลาง โรงผึ่งแบบนี้เหมาะสำหรับไม้เนื้อแข็ง ที่ผึ่งยาก (Refractory Hardwood) ในที่ๆมีอากาศร้อน และแห้งแล้ง
แบบที่ 2 เป็นโรงผึ่งที่มีฝาเพียง 3 ด้าน มีหลังคา ด้านที่เปิดตามปกติแล้ว จะอยู่ทางทิศเหนือ ด้านที่เปิดนี้จะต้องมีส่วนของหลังคายื่นออกไปพอสมควร เพื่อป้องกันแดด ฝน มีช่องระบายอากาศอยู่ใต้หลังคาและที่ฝาในระดับเหนือพื้นดินโรงผึ่งแบบนี้เหมาะสำหรับไม้ที่มีการผึ่งให้แห้งได้ไม่ยากนัก (Moderately Refractory Wood)
แบบที่ 3 เป็นโรงผึ่งที่มีแต่หลังคา ไม่มีฝา เหมาะสำหรับไม้ที่ทำการผึ่งให้แห้งได้ยากและไม่ค่อยยากนัก (Refractory and Moderately Refractory) ในที่ๆมีอากาศชื้นและเหมาะสำหรับไม้ที่ผึ่งให้แห้งได้ง่าย (Non-Refractory) ในที่ๆมีอากาศแห้งแล้ง
การผึ่งก่อนอบ (Predrying)
วัตถุประสงค์ของการผึ่งก่อนอบ ก็เพื่อที่จะทำให้ไม้สดมีความชื้นประมาณ 20-30% ได้เร็วขึ้น เป็นการประหยัดกว่าเมื่อเที่ยบกับการผึ่งไม้ในกระแสอากาศตามปกติหรือในโรงงานผึ่งปริมาณความชื้นที่มีอยู่เกินจุดหมาดของไม้นั้น (ประมาณ 30%) เป็นความชื้นที่มีอยู่ในช่องเซลล์ ในกรณีที่เป็นพวกไม้สน ความชื้นจะเคลื่อนที่จากข้างในออกมายังผิวได้รวดเร็วและสม่ำเสมอ ดังนั้นปัจจัยที่สำคัญในการที่จะทำให้ไม้แห้งคือการระเหยของน้ำ หากทำให้เกิดความหมุนเวียนของอากาศผ่านกองไม้ให้เร็วขึ้น ก็จะทำให้อัตราการระเหยของน้ำจากไม้เร็วขึ้นด้วย